Make your own free website on Tripod.com

กิจกรรมส่งเสริมการทำและการใช้ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

 

1. หลักการและเหตุผล   
 
การใช้ประโยชน์ที่ดินในการประกอบอาชีพการเกษตรเพื่อการผลิตพืชต่าง ๆ ติดต่อกันมาเป็นเวลานานนั้น ส่วนใหญ่ขาดการบำรุงรักษา ทำให้ดินเสื่อมค่าอย่างรวดเร็ว และโดยเฉพาะอากาศร้อนขึ้นอย่างประเทศไทยดินจะเสื่อมค่าเร็ว ดังนั้น เกษตรกรจะแก้ไขปัญหาโดยการใช้ปุ๋ยเคมีให้ธาตุอาหารหลักแก่พืชซึง่มีราคาค่อนข้างแพง การใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวในการแก้ปัญหาติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้คุณภาพของดินเสียไป ผลผลิตลดลง ดังนั้น การใช้ปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินจะทำให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกอย่างถาวรตลอดไป
     
2. วัตถุประสงค์  
  2.1 เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี
  2.2 เพื่อเพิ่มผลผลิต
     
3. เป้าหมาย
  - ส่งเสริมการทำและการใช้ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จำนวน 42,200 ไร่
     
4. สถานที่ดำเนินการ
  พื้นที่ในความรับผิดชอบของสถานีพัฒนาที่ดินพัทลุง 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ
     
5. งบประมาณ
  72,000 บาท  
     
6. วิธีดำเนินการ
  6.1 การคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกร  
  - โดยเน้นพื้นที่ที่มีปัญหาขาดอินทรีย์วัตถุ ดินเสื่อมโทรม ตลอดจนเรื่อง โครงสร้างของดิน เช่น ดินเหนียวจัด ดินทราย
  จัด เป็นต้น เน้นหมู่บ้านพัฒนาที่ดินเป็นอันดับแรก หมอดินอาสา ผู้นำเกษตรกร หรือเกษตรกรที่สนใจ
  - ประชุมชี้แจงเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการเพื่อให้คำแนะนำความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ในเรื่อง ส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ วิธีการกองปุ๋ยหมัก/ผลิสตปุ๋ยอินทรีย์น้ำ การดูแลรักษากองปุ๋ยหมัก หลักการพิจารณากองปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ใช้แล้ว ตลอดจนการใช้ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์น้ำเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน
  6.2 รูปแบบและวิธีการ
  - การทำปุ๋ยหมัก ขนาดของกองปุ๋ยหมักขึ้นอยู่กับปริมาณเศษวัสดุที่จะทำ แต่โดยทั่วไปจะมีความกว้างประมาณ 2- 3 เมตร สูง 1 - 1.5 เมตร
  - การทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยการใช้ พด.2 ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากปลาหรือ หอยเชอร์รี่ , หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำผักและผลไม้
    
7. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  ทำให้เกษตรกรและผู้ใช้ที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง การปรับปรุงบำรุงดิน โดย
  วิธีการใช้ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรย์น้ำ และนำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดินของตนเอง ให้ได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้น และรักษาความ
  อุดมสมบูรณ์ของดินให้มีความสามารถในการผลิตสูงอยู่เสมอ และยังช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี